ประสบการณ์ครั้งแรกกับการเป็นฝีที่ขาหนีบ
(ใครกลัวหมอและความเจ็บ แนะนำว่าอ่านให้จบ) หึๆๆ หัวเราะแบบชั่วร้าย!
 
ขอเกริ่นเบาๆก่อนค่ะว่าฝีเกิดจากเชื้อโรคเข้าสู่รูขุมขน ซึ่งเป็นกระบวนการทางร่างกายที่จะขับสิ่งแปลกปลอมออกมา ดังนั้นจึงทำให้เกิดฝีที่มีหนองอยู่มากมายย ประสบการณ์ต่อไปนี้เป็นประสบการโดยตรง ลองอ่านให้จบ แล้วคุณจะตัดสินใจไปหาหมอได้ง่ายขึ้น (สำหรับคนที่กลัวหมอและกลัวความเจ็บเช่นเรา)
 
       ในวันที่เราออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน วิ่งกระโดดอย่างเริงร่า โดยที่ไม่ได้สนใจเทวดาฟ้าดินอันใดเลย ตอนเย็นเรากลับมาถึงบ้านสังเกตเห็นตุ่มเล็กๆเหมือนยุงกันที่ขาหนีบด้านใน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่ายุงคงกัดหรือขาสีกันจนเป็นตุ่มเล็กๆ
        วันที่สองอาการแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเลยคร่าา ไอตุ่มเล็กๆนั้นเริ่มขยายแดงเป็นวงกว้าง แต่ก็คิดได้แค่ว่าขาต้องสีกันจนเกิดสิ่งนี้แน่ๆ 
        วันที่สามลองให้แม่ดู แม่บอกเป็นฝีหรือเปล่า? เพราะถ้าขาสีกันต้องเป็นทั้งสองขาสิ นั่นไง กูก็โง่ววววว  กูเกิลมาเลย เซิ๊ดดหาความจริง เค้าบอกกันว่าฝีจะเป็นก้อนร้อนมากใต้ผิวหนัง จะเจ็บที่สุ๊ดดส่วนใหญ่เป็นที่ ก้น รักแร้ ขาหนีบ ซึ่งเราเป็นนนนที่ขาหนีบ!!!! เรื่องความร้อน เราลองเอาหลังนิ้วลองเเตะๆ ถูๆดู เหย็ดดดมันร้อนคร๊าบบท่่านผู้ชม ตอนนี้ชัดเลยว่าเป็น ฝ...ฝ....ฝี!!! แต่เรายังไม่มีหัวฝีนะ เป็นแค่แดงๆนิ่มๆเป็นวงกว้าง จึงตัดสินใจลองถามเพื่อนที่เคยเป็น ถามคนมีประสบการณ์ตรงน่าเชื่อถือมากฟร่า!!  เพื่อนบอกว่าแค่เจ้านั้นซื้อยาแปะฝี (ยาสีดำ ตราแมวกงจักร) กับยาแก้อักเสบ รับรองยุบ จัดไปเดินขาถ่างไปหาเภสัช อายก็อาย แต่ต้องเดินให้นิ่งและปกติสุขที่สุด ได้ยามาครบ! วิธีแปะต้องเอาไปรนไฟให้เนื้อสีดำมันอ่อนๆซะก่อน รอให้มันอุ่นแล้วแปะ จึงเริ่มปฏิบัติการแปะและกินยาในวันที่ 4....วันที่ 5......วันที่ 6 แอ๊ะ! ทำไมมันยังไม่ยุบ รอยบวมแดงหายนิดหน่อย ตั้งแต่แปะยาหัวฝีเริ่มปรากฏเป็นก้อนตรงกลาง ความใหญ่ประมาณครึ่งลูกองุ่นนอก แสบมาก บางวันนอนไม่หลับเพราะครั้นเนื้อครั้นตัว แสบซี๊ดดดด ทั้งคืนนนนน ขนาดไม่ได้แตะต้องเลยสักกะนิด คืนวันที่ 7 ไม่ปงไมแปะแม่งและ เพราะผิวเริ่มลอกออกบางๆ ตอนกลางคืนก็ยังปวดแสบปวดร้อน ตื่นมาดูแผล รอยแดงรอบๆก้อนฝีเยอะกว้างกว่าเดิม กว้างเท่าๆกับอุ้งมือ คงนึกภาพออก (เราสังเกตความกว้างก่อนหน้านั้นจากไฝที่ขา) ไม่ไหวแล้ว.....ถึงเวลาไปหาหมอ
          (ถ้าใครค้นในกูเกิลจะรู้ว่าการล้างแผลมันเจ็บปวดมาก เค้าจะยัดผ้ากอชลงในแผล ไม่ให้แผลปิด เพื่อให้เนื้อมันงอกขึ้นมาเอง ) เราก็กลัวเช่นท่านทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าไปหาหมอ กลัวความเจ็บปวด แต่มันแสบ ทรมาน และลามจนไม่ไหว ไปก็ไปวะ เช้ามาไปศูนย์สุขภาพ เอาสำลีแผ่นปิดไปพอเป็นพิธีเพื่อไม่ให้ขามันสีกัน หมอเลยขอดูแผล เปิดสำลีปุ๊บ เลือดหนองทะลักจ้าา นานนนนไง ฝีแตกครับท่านนนน! เต็มสำลี เรานั่งสตั้นมองสำลีอยู่หลายสิบวิ ทันสังเกตุเห็นทั้งเลือด ทั้งหนอง แล้วมีจุดดำๆอยู่ในนั้นด้วย  ฝีมันเหมือนรู้งานแตกต่อหน้าหมอเลย หมอจึงทำการกรีดและผ่าทันที ซวยเลยกู เกียจความเจ็บ เจ็บจนได้แหมะ!!!! คนมันขี้ขลาดหน้ออ ไม่มียาชา หมอบอกฉีดยาชาก็เจ็บอยู่ดี เพราะมันอักเสบอยู่ อูยยยยย เป็นฝีขาซ้าย แต่ขาขวาสั่นผับๆๆ เท่านั้นไม่พอหมอบอกลึกและกว้างมากก!! เราก็คิดว่าแค่ครึ่งลูกองุ่นไม่ใหญ่หรอกกก ไม่หนักไรมากมาย สีทนได้ กูโง่เอง ยอมรับรุยยยยย!
        หมอบอกว่าจากนี้ไปต้องล้างแผลทุกวัน หมอบอกคงจะนาน ล้างเรื่อยๆจนกว่าเนื้อจะงอกมาแทนที่หลุมดำ ม่ายน้าาาาาาาาาาาา เจ็บกว่าเดิมอีกก ตอนนี้ผ่านมา 4 วันแล้ว ล้างไป 4 ครั้ง แต่ละครั้งน้ำตาซึม เห็นเจ้าหน้าที่ดึงผ้าก็อชออกมายาวเฟื้อยเลย มีหนองติดอยู่ด้วย ตอนดึงผ้าก็อชเก่าออกไม่เจ็บสักกะติ๊ด แต่ตอนยัดใส่ครัชชชชช หาที่เกาะให้ดี เจ็บปวดดดด ตอนนี้แผลก็ยังเปิดอยู่ มีหนองเรื่อยๆ เจ็บทุกวัน เครียดทุกวันก่อนล้างแผล ฝีมันอยู่ช่วงขาอ่อนด้านในบอบบางสัดๆ เจ็บน้ำตาซึม หยิกตัวเอง จิ๊กเบาะ ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่ที่ล้างแผลแต่ละวันมาไม่ซ้ำหน้าเลย แต่สิ่งที่ซ้ำกันคือ เค้าจะพูดว่า โอ้! แผลลึกนะเนี่ย ล้างนานเลย  ฮืออออออออออออออ กรี๊ดร้องงงงงงงง ม่ายยยยยยยย กูไม่น่าเลยยยยยยยยยยยย ย้อนกลับไป ลองคิดนะว่าถ้าเราไม่ไปหาหมอ รอหนองแตกเองดีไหม เพื่อนที่เป็นพยาบาลบอกว่า ถึงหนองจะแตก แต่มันยังคงเหลืออยู่ใต้ผิว ซึ่งถ้าเอาออกเองไม่หมดมันจะเกิดขึ้นใหม่ หลายหัวซะด้วย ร่ำรวยกว่าเดิม จึงกลับมาคิด ดีนะที่ตัดสินใจไปหาหมอ ให้หมอจัดการไม่งั้นคงเดินยังไม่ได้ ทำงานไม่ได้ ลาต่ออีก เสียการเสียงาน ลาคราวนี้ลาออกแม่มเลยกูเบื่อการทำงาน นอกเรื่อง!! 
 
ป.ล. ถ้าใครไม่อยากเป็นแบบนี้แนะนำว่าแม้มันจะขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไปหาหมอเถอะ ให้หมอดู เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน คุณไม่รู้ว่ามันจะยุบเองหรือไม่ ถ้าเล็กจะได้รีบเอาออก หายเร็ว เจ็บแป็บเดียว โชคดีจบ! แผลจะได้ไม่กว้างและลึกเหมือนเรา ยิ่งรอนานยิ่งจะใหญ่ ยิ่งล้างแผลรักษานานเจ็บนานนนนน้า (ป.ล.อีกครั้ง แต่หมอก็บอกว่าถ้าฝียังไม่สุก ก็ผ่าไม่ได้เหมือนกัน ต้องรอจนกว่าสุกงอม ของเราประมาณ 7 วันสุกจนแตก)
 
ปัจจุบันนี้มันจะขึ้นตุ่มขาวเล็กๆ มาเป็นระยะๆ มันไม่หายขาดสักที เป็นตุ่มเล็กๆขึ้นมาเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าเอาเข็มบ่งเลย แต่ต้องสะอาดทุกขั้นตอน ทางอนามัยก็ให้ทั้งเทปทั้งก็อช มารักษาเองเพราะมันฝึเล็กๆไม่ต้องผ่าจ้าา) มันขึ้นแถวๆที่เดิม ประมาณ 2 เดือนครั้ง ตอนนี้ของเราไม่ขึ้นอีกแล้ว สวรรค์! ในอนาคตคงไม่แน่เพราะเรามีเชื้อแล้ว วันใดวันนึงมันอาจจะออกมาอีกก็ได้นะครัช ท่านใดที่กำลังเป็นอยู่จะหนักจะเบา ขอให้สู้นะ เราเป็นกำลังใจให้เพื่อนรวมโลก!!! 

edit @ 23 Oct 2015 21:19:59 by hisoka1_narak

<<Review>> หนังสือการลาออกครั้งสุดท้าย (ภาณุมาศ ทองธนากุล)

                       ขออภัยที่ก็อปภาพมา ขี้เกียจวิ่งไปหยิบมาถ่าย -(l)-
ขออภัยที่ข้าพเจ้านั้นไซ้ร ไปก๊อปภาพมา ขี้เกียจวิ่งไปหยิบมาถ่าย ลงคอมอีก อู้ยยุ่งยาก แต่เราซื้อนะ!! ราคา220บาท
 

            หลายๆคนอาจจะเคยผ่านตากับหนังสือเล่มนี้ เพราะแค่ได้ยินชื่อหนังสือ ก็เจ็บจี๊ดดดถึงตับไตกันเลยทีเดียว!! เหมือนมีคนเอาปืนมายิงที่ใจ ฮิ้วววว!!! การลาออกครั้งสุดท้าย สำหรับคนวัยทำงานอย่างเรา หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากจะทำเลยก็ว่าได้ แค่อ่านปกหลังหนังสือจบ ขนลุกซู่!(ไม่ได้ปวดนะ) ก็ตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล ดังนั้นจะขอพูดถึงหนังสือเล่มนี้กันหน่อยนะจุ๊

 "การว่างงานโดยสมัครใจ" ประโยคนี้เพิ่งจะเคยได้ยินและได้อ่านเป็นครั้งแรกในชีวิต ไม่คิดว่าจะมีใครเข้าใจชีวิตของการทำงานได้ลึกซึ้งถึงใจขนาดนี้ และไม่คิดว่าจะมีใครกล้าวางทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลัง และทำในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ การอ่านหนังสือเล่มนี้มันทำให้สุขใจจริงๆ เหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่าเราได้เห็นเขาคนนั้นทำสิ่งที่ตัวเราเองไม่กล้าที่จะทำ.............ทุกคำพูดที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้มันบาดลึกลงไปถึงนิ้วเท้า นี่มันอัตชีวประวัติของไอดอลข้าพเจ้าชัดๆ!!!!! แม่มเห็นแล้วสะเทือนใจถึงชีวิตตัวเอง ตอนแรกที่อ่านมันมุ่งไปหาแค่ปลายทางเดียวคือ โหยหาเวลาว่าง อยากว่างงานผุดๆ แต่ว่างแล้วต้องอยู่ได้ ไม่ได้แดกขี้ นี่มันเป็นชีวิตที่ใครqก็ต้องโหยหา แต่อ่านไปจนใกล้จบ เอ๋!! เริ่มกลายเป็นทางแยกสองทางเหมือนงูที่มีลิ้นสองแฉกยังไงยังงั้น เมื่อเขาคนนั้นได้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดคือกลายเป็นคนว่างงาน มันกลับทำให้ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไป......อยากให้ทุกท่านลองไปซื้ออ่านดูนะ รับรองคุ้มค่ากับราคา และคุ้มค่ากับความรู้สึกจริงๆ ผลลัพท์ออกมาเป็นอย่างไรหน่ะหรือ บอกไม่ได้หรอก เพราะมันอยู่ที่คุณเลือกที่จะมอง...........
 
          หนังสือเล่มนี้อาจจะดูหนา แต่เมื่อคุณได้หยิบมาอ่าน ปรื๊ดเดียวก็พลิกมาถึงหน้าสุดท้าย....เฮ้อ...บอกได้คำเดียว ไอดอลชัดๆ

        คำเตือน สำหรับลูกจ้างที่ต้องการว่างงาน เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ รับรองว่าคุณจะต้องเจอคำตอบในหลายๆคำถามที่คุณสงสัย ขอบคุณคุณภานุมาศที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เจอหนังสือดีๆสักเล่ม

edit @ 14 May 2013 21:34:29 by hisoka1_narak

ภาคสอง (+_+)
 
 
ความเจ็บ
ไม่จำเป็นต้องจำ
เพราะมันไม่สำคัญพอ
 
 
-----------------------------------------------------------
 
เมื่่อมีความหวัง
ย่อมมีความสำเร็จ
เพียงแต่มัน.....ยังมาไม่ถึง
 
 
-----------------------------------------------------------
 
โอกาส
เข้ามาหา
เพียงคนที่ยังรอมัน
 
 
-----------------------------------------------------------
 
คำพูด
ยิ่งน้อยเท่าไร
ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น
 
 
-----------------------------------------------------------
 
คนที่รอ
ท้อกว่า
คนที่ถูกรอ
 
 
-----------------------------------------------------------
 
ปากกา
หมึกหมด
ไร้ค่าเสมอ
 
 
-----------------------------------------------------------
 
ยางลบ
คือโอกาส
ของความผิดพลาด
 
 
-----------------------------------------------------------
 
ข้อดีของความมืด
คือ
ทำให้เห็นแสงสว่างชัดขึ้น
 
 
-----------------------------------------------------------
 
ความว่างเปล่า
คือที่กว้าง
พร้อมจะรับทุกสิ่ง
 
 
------------------------------------------------------------------------

ใช้ชีวิตกับสิ่งที่ชอบ
เป็นคำตอบของชีวิตไม่ได้
ทั้งที่อยากจะให้เป็น
 
(Credit: Hunter-hisoka)



edit @ 13 May 2013 21:00:57 by hisoka1_narak